
ส่งต่อมรดกอย่างไรให้ปลอดภาษีมรดก และไร้ข้อพิพาทในครอบครัว
การใช้เครื่องมือประกันชีวิตเปลี่ยนเบี้ยหลักแสนเป็นกองมรดกหลักหลายสิบล้าน ส่งตรงถึงมือทายาททันทีโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการตั้งผู้จัดการมรดก
การสร้างความมั่งคั่งเป็นเรื่องยาก แต่การ “ส่งต่อความมั่งคั่งให้คงอยู่ถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน” นั้นยากยิ่งกว่า
หลายครอบครัวทำงานหนักตลอดชีวิต สะสมที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ หุ้น และเงินสดไว้มากมาย แต่เมื่อเจ้าของมรดกจากไป ทรัพย์สินเหล่านั้นกลับกลายเป็นชนวนเหตุแห่งความแตกแยกในครอบครัว หรือถูกกัดกร่อนด้วยภาระภาษีมรดกและค่าธรรมเนียมศาล
3 ปัญหาคลาสสิกของการส่งต่อมรดกแบบดั้งเดิม
1. ทรัพย์สินถูกอายัด ต้องรอคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก
เมื่อเจ้าของบัญชีเสียชีวิต บัญชีธนาคารจะถูกระงับการทำธุรกรรมทันที ทายาทไม่สามารถถอนเงินสดออกมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวันหรือจัดงานศพได้ จนกว่าศาลจะมีคำสั่งแต่งตั้งผู้จัดการมรดก ซึ่งอาจใช้เวลาตั้งแต่ 3 เดือน ถึงหลายปีหากมีข้อพิพาท
2. มรดกที่ดินสร้างปัญหา “ไม่มีเงินสดจ่ายภาษีมรดก”
พระราชบัญญัติภาษีการรับมรดกของไทย กำหนดให้ทายาทต้องเสียภาษี 5% - 10% สำหรับมูลค่ามรดกส่วนที่เกิน 100 ล้านบาท หากมรดกส่วนใหญ่เป็นที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ ทายาทอาจไม่มีเงินสดก้อนใหญ่มาจ่ายภาษีมรดกให้กรมสรรพากร และจำเป็นต้องจำใจขายที่ดินราคาถูกเพื่อนำเงินมาจ่ายภาษี
3. ข้อพิพาทเรื่องการแบ่งทรัพย์สินไม่เท่ากัน
การแบ่งทรัพย์สินที่เป็นชิ้นเป็นอัน เช่น บ้าน หรือที่ดิน มักแบ่งให้ลงตัวได้ยาก และนำไปสู่ความบาดหมางในหมู่พี่น้อง
ประกันชีวิต: เครื่องมือส่งต่อมรดกที่ทรงพลังที่สุด
ในทางกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เงินสินไหมมรณกรรมจากประกันชีวิต “ไม่ใช่ทรัพย์มรดก” ของผู้ตาย จึงมีคุณสมบัติพิเศษ 4 ประการที่เครื่องมือทางการเงินอื่นไม่มี:
- ไม่ตกเป็นของเจ้าหนี้: เงินสินไหมทดแทนจ่ายตรงให้แก่ผู้รับผลประโยชน์ที่มีชื่อระบุไว้ในกรมธรรม์ เจ้าหนี้ของผู้ตายไม่สามารถฟ้องร้องยึดเงินก้อนนี้ได้
- ปลอดภาษีเงินได้และภาษีมรดก 100%: ตามมาตรา 42(13) แห่งประมวลรัษฎากร เงินสินไหมทดแทนจากประกันชีวิตได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และไม่ถือเป็นมรดกที่ต้องเสียภาษีการรับมรดก
- ส่งมอบทันที ไม่ต้องผ่านกระบวนการศาล: เพียงยื่นใบมรณบัตรและเอกสารยืนยันตัวตนของผู้รับประโยชน์ บริษัทประกันชีวิตจะโอนเงินเข้าบัญชีทายาทโดยตรงภายในเวลาไม่กี่วัน
- สร้างเงินสดหลายสิบล้านด้วยเงินต้นหลักแสน: การทำประกันชีวิตเพื่อมรดกช่วยสร้าง Leverage ทางการเงิน เช่น จ่ายเบี้ยปีละ 300,000 บาท สามารถสร้างกองมรดกเงินสด 10,000,000 บาทให้กับทายาทได้ทันทีตั้งแต่วันแรกที่สัญญาอนุมัติ
คำแนะนำจาก คุณพิชญานันท์ โฟแมน
การวางแผนส่งต่อมรดกไม่ใช่เรื่องของคนสูงอายุเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของทุกคนที่มีคนที่รักและห่วงใยอยู่ข้างหลัง การเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันนี้ คือของขวัญที่ดีที่สุดที่คุณจะมอบให้กับครอบครัวในอนาคต
สนใจปรึกษาแนวทางการจัดโครงสร้างมรดกและพอร์ตประกันชีวิตเพื่อการส่งต่อความมั่งคั่ง สามารถนัดหมายเพื่อขอคำปรึกษาแบบส่วนตัวได้ค่ะ


